[Aufic reborn][10069]punish for you//Nc21//part11+รูปประกอบตอน 10+11
posted on 01 Feb 2010 09:49 by blood-hana[AuFic KHR] punish for you
Paring : 10069(เบียคุรันxมุคุโร่)
Rate: Nc 21
Story by :blood_hana
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คำเตือน: ใครไม่ชอบอุปกรณ์กรุณาอย่าอ่าน!!!
Part 11
“หือม์….เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ อาจารย์ฮิบาริ?”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเอื้อนพร้อมรอยยิ้มชวนละลาย ดุจดั่งเทพยดาทำให้ฮิบาริต้องชะงักคำสั่งลง เหล่านักเรียนสาวๆกลุ่มของเระกะซึ่งบัดนี้ถูกควบคุมโดยมินะถึงกับพากันบีบน้ำตาเรียกความสงสาร หวังพึงอาจารย์หนุ่มที่ปรึกษาให้ช่วยเหลือพวกเธอให้พ้นจากบทลงโทษของอาจารย์ฝ่ายปกครองจอมโหด
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับมุคุโร่!!!!
ตาคู่คมอเมทริซ์ที่ยังคงสบหยั่งเชิงกับดวงเนตรสีนิลดุดัน รังสีอำมหิตของหนุ่มผมสีรัตติกาลแผ่ซ่านออกมาจนเหล่านักเรียนในห้องเรียนทั้งหลายรวมถึงอาจารย์ท่านอื่นๆอดใจไม่ไหวที่จะชะเง้อมองผ่านกระจกหน้าต่าง
“ก็แค่ทำตามหน้าที่ ลงโทษเด็กนักเรียนทำผิดกฏ” น้ำเสียงเย็นเชียบดังออกจากปากฮิบาริ
ขายาวใต้กางเกงสีดำก้าวเดินตรงไปยังกลุ่มหญิงสาวผู้ก่อเหตุ
ทว่า...ร่างสูงสีดำกลับถูกบุรษสีขาวเข้ามาขวางทางไว้ “ถอยไป นี่ไม่ใช่หน้าที่ของแกเบียคุรัน”
ดวงหน้าคมคายยังคงไม่คลายรอยยิ้มระรื่น และไม่มีท่าทีจะขยับตัวหลีกทางให้เพื่อนของตัวเองเสียด้วย “โทษทีนะ บังเอิญว่าเด็กห้อง 3-c อยู่ภายใต้การดูแลของผม เพราะงั้น...ถ้าเด็กทำอะไรผิด ก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องรับผิดชอบ...”
“ใช่ไหมครับ...อาจารย์ฮิบาริ” นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววม่วงจางๆใต้แว่นไร้กรอบสบตาสีนิลวาวโรจน์เบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว สงครามทางประสาทตายังคงดำเนินอย่างยาวนานและไม่มีท่าทางจะหยุดลงง่ายๆ จนเหล่านักเรียนรวมถึงครูคนอื่นๆขวัญหนีตีฝ่อกันหมด
“อาจารย์เบียคุรัน ช่วยหนูด้วยค่ะ ฮึกๆ” มินะบีบน้ำตาใส่ชายหนุ่มแล้วเดินไปหลบอยู่ด้านหลังร่างสูงเช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ เหลือเพียงแต่มุคุโร่ที่พยายามยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วเดินเซมาพิงกำแพงตึกหายใจหอบ มองดูอาจารย์หนุ่มทั้งสองอย่างเงียบๆ
“ชิ....” ฮิบาริสบถออกมา แล้วหมุนตัวเดินออกไป โดยไม่ลืมทิ้งท้ายคำพูดเป็นนัยๆเอาไว้ “เด็กของแก..ดูแลให้ดีๆก็แล้วกัน ถ้าคราวหน้ามีการล้ำเส้นกฏระเบียบอีก ฉันไม่ปล่อยไว้แน่!!”
“อาจารย์เบียคุรัน มินะไม่ผิดนะคะ นังนั่นมาหาเรื่องพวกเราก่อน” หญิงสาวผมฟ้าแหลสดใส่หนุ่มผมขาวหวังคะแนนสงสารและความเห็นใจจากอีกฝ่าย โดยมีพวกเพื่อนร่วมกลุ่มของเธอใส่สีตีไข่ไม่แพ้กัน ตอกย้ำให้คนเจ็บจนเถียงไม่ออกอย่างมุคุโร่มองด้วยความแค้นอย่างสุดซึ้ง “ครูว่าเรื่องนี้ค่อยคุยกันที่ห้องครูดีกว่า ไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่านะ”
หนุ่มผมขาวพูดตัดบท พลางกวักมือเรียกเด็กนักเรียนชาย5-6คนที่เดินผ่านมาให้ช่วยกันพยุงร่างเด็กสาวผู้บาดเจ็บทั้งหลาย
หนึ่งในผู้ชายกลุ่มนั้นพยายามเข้ามาพยุงตัวเรือนผมสีไพลินที่บัดนี้ปล่อยยาวสลวยยุ่งเหยิง ที่ออกอาการเจ็บหนักกว่าเพื่อน
หากแต่คนงามกลับปัดมืออีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใยดี แถมยังทำตาขวางใส่อีก “ไม่ต้อง...ฉันเดินเองได้ ไม่สำออยเหมือนใครบางคน”
“แก!!!!”สาวผมฟ้าที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อ ดีดดิ้งฮึดเดินเข้ามาง้างมือขึ้นจะตบคนเจ็บปากดี
เผี้ยะ!!!!!!
ฝ่ามือเรียวตบฉาดเข้าไปที่แก้มจริง แต่ว่า....กลับไม่ใช่เป้าหมายของหญิงสาว
กลับเป็นชายหนุ่มผมขาวที่เดินเข้ามารับความเจ็บแทนนักเรียนผมสีน้ำเงินเข้ม... ดวงเนตรสองสีเบิกกว้างตกตะลึงมองแผ่นหลังของบุคคลที่เธอรังเกียจและคิดแค้นจ้องทำลาย ทั้งที่เป็นต้นเหตุทำร้ายเธอ แต่กลับเอาตัวเข้ามารับแทน
ทำไม???
“อะ...อาจารย์!!!มินะขอโทษ!!!มินะไม่ได้..”
“ไม่เป็นไรหรอกมินะจัง พอเถอะนะ...เพราะงั้นพอเถอะ” เบียคุรันพูดอย่างใจเย็น ริมฝีปากหนาได้รูปยิ้มอ่อนโยนให้กับคนที่กำลังจะร้องไห้ด้วยความกลัวจะถูกโกรธ ก่อนจะยอมสงบสติอารมณ์ลงให้นักเรียนชายพาไปห้องพยาบาลโดยดี
“เธอเองก็เหมือนกัน อย่าปากดีทำเก่งให้มาก...” เสียงที่เคยพูดอย่างนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาทันทีที่ไร้ผู้คนตรงระเบียงทางเดิน เหลือเพียงแค่อาจารย์หนุ่มผมขาวกับนักเรียนสาวในสภาพสะบักสะบอมเกินจะยืนด้วยขาของตัวเอง
มุคุโร่ทำตาขวางใส่อีกฝ่ายไม่แยแสกับคำพูดเชิงดุปราม แต่พอได้เห็นสีหน้าประกอบดวงเนตรคู่คมที่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน ความหนาวเย็นแผ่ออกจากตัวเบียคุรัน หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นจนเผลอหลุบตายอมสิโยราบอีกฝ่ายแต่โดยดี
.
.
.
ภายในห้องทำงานสีขาว ปรากฏร่างของเด็กสาวทั้ง 6 ยืนเรียงแถวกันหน้าโต๊ะ ส่วนอาจารย์เจ้าของห้องเพียงหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมสีเดียวกับผม “เรื่องการตีกันของโรงเรียน บทลงโทษคือต้องติดทัณฑ์บน แต่ครูคุยกับอาจารย์ฮิบาริให้ลดการลงโทษ เหลือเพียงแค่ทำบำเพ็ญประโยชน์ให้โรงเรียนเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีกนะ”
กลุ่มสาวๆของมินะพยักหน้าหงึกหงักตอบอีกฝ่าย ผิดกับมุคุโร่ที่ยังคงทำตัวหยิ่งยโสไม่แคร์หัวอีกฝ่าย จนสาวผมสีฟ้าสว่างอดโมโหคู่กรณีไม่ได้ “นังนี่ ทำหน้าเชิดตาลอยแบบนี้ได้ไง ขอบคุณอาจารย์เบียคุรันซะสิ!!” ตาสองสีปรายมองคนที่เถียงแทน ก่อนกลับมาหรี่ตามองเจ้าของใบหน้ายิ้มเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวตรงหน้า
“ช่างเถอะมินะจัง ครูไม่ถือหรอก นี่ก็เย็นมากแล้ว แยกย้ายกลับบ้านเถอะ” เบียคุรันพูดตัดบททั้งรอยยิ้ม ทำให้สาวๆที่ทำท่าจะหาเรื่องกับไอด้อลโรงเรียนต้องหยุดลง พร้อมทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายโดยดี แต่ยังไม่วายแอบพูดกระซิบเหน็บใส่
“นังเนรคุณ”
“นังอกตัญญู คนเขาอุตส่าห์ช่วยแท้ๆ”
ในใจของมุคุโร่อยากจะร้องตะโกนออกมาป่าวประกาศถึงความเลวทราม และเนื้อในแท้จริงของเทวดาจอมปลอม
แต่...ถ้าพูดไปคนที่เสียหายที่สุด..ก็คือตัวเธอเอง...
“มุคุโร่คุง..” เสียงทุ้มนุ่มเรียกชื่อเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวย ทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง ขาที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องตามพวกมินะไปต้องชะงักลง ก่อนหันหน้ามามองอีกฝ่าย “ครูพึ่งนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับเธอหน่อย มานั่งนี่ซิ”
นิ้วเรียวยาวของมือหนาชี้ไปยังโซฟาสีขาวทั้งรอยยิ้มสุภาพนุ่มนวล ทั้งๆที่ควรทำให้คนมองรู้สึกดี
กรณีนี้..มันไม่ใช่!!!!
“อึก...” ขาเพรียวยาวทำท่าจะเดินหนี แต่กลับถูกร่างสูงคว้าแขนเอาไว้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!!?
“ถ้าเธอคิดหนี ฉันจะทำต่อหน้าเพื่อนๆเธอ” เบียคุรันกระซิบเสียงเย็นข้างๆหู มุคุโร่ถึงกับไหล่ห่อขึ้นด้วยความกลัว เรียวแรงที่มีถึงกับหดหายแทนที่ด้วยความสั่นเทิ้มกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมไปทั้งห้อง
เสียงฝีเท้าของพวกมินะเหินห่างออกไปเรื่อยๆและเรื่อยๆ เป็นสัญญาณนับถอยหลังชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
จนในที่สุด...ไม่เหลือเสียงฝีเท้าอะไรอีกแล้วในอาคาร
ลมหายใจที่พ่นเข้าออกของคนสองคนตอกย้ำความเงียบงันของอาคารในเพลายามเย็น ตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยลงสู่ดิน แสงสีทองฉาบเงาของเบียคุรันให้ดูมืดและพร่ามัวดั่งซาตานที่หมายจ้องปลิดชีพเหยื่อตัวน้อย ตาใต้กรอบแว่นส่องประกายเป็นสีม่วงเรืองรองวาววับแลดูน่ากลัว เช่นเดียวกับแรงจับที่แขนอรชรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมุคุโร่อดกลั่นเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บและกลัวไว้ไม่ไหว
น้ำตา...ค่อยๆไหลริน
กับสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.
.
.
“อะ..อ้า...อา” เสียงครางหวานหอบกระเซ้า ออกมาอย่างแผ่วเบาสลับเสียงดังตามแรงจังหวะการเคลื่อนตัวของบุคคลเบื้องบน นภาสีแดงเริ่มแต่งแต้มด้วยสีดำเข้ม และดวงตะวันที่ส่องแสงริบหรี่จากฟากฟ้า ฉายลงบนร่างทั้งสองบนโซฟาสีขาวนุ่มที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำรักสีเดียวกันจนชุ่มช่ำและชื้น “พะ...พอที ...ฉันเจ็บ” นัยน์ตาสองสีฉายแววอ่อนล้า ชักสีหน้าสุขสมปนเจ็บปวดกับการกระแทกช่วงล่างไม่มียั้งของเบียคุรัน
“หืมม์...เจ็บเหรอ?ก็ควรอยู่หรอกนะ” เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนกล่าวขึ้น หากแต่การกระทำกลับตรงข้ามโดยสิ้นเชิง มือหนาจับขาเพรียวยาวแยกออกให้อ้ากว้างมากที่สุด ก่อนจะออกแรงเข้าใส่ไม่บันยะบันยังจนมุคุโร่กรีดร้อง “อ๊า!!!ไม่!!!”
“เพราะนี่เป็นการลงโทษนี้นา”
ปึกๆๆๆๆ
“ไม่!!!!ฉันเจ็บ!!ฉันบอกว่าเจ็บ!!หยุดซะที!!!!” สาวผมสีไพลินยาวสลวยยาวไซร้คอนวลและตัดกับผิวกายขาวที่แต่งแต้มจุดแดงๆนับร้อยที่เกิดใหม่ๆ ร้องปรามอาจารย์หนุ่มเสียงดังลั่น มือเรียวที่ไร้เรียวแรงพยายามทุบอกกว้างของอีกฝ่ายให้คนเบื้องบนถอยห่าง “เรื่องอะไรฉันต้องทำตามคำสั่งเธอละมุคุโร่คุง” พูดจบ มือหนาจับเอาคางของอีกฝ่ายให้มาสบตาตัวเอง
นัยน์ตาคู่คมสีอมเทริซ์ที่สะท้อนเป็นสีไวโอเลตวาวโรจน์ดุดัน ทำเอาอัญมณีสองสีต้องสั่นด้วยความกลัวจนร้องไห้ออกมา
“เธอเลือกให้ฉันทำแบบนี้เอง ...ช่างกล้าคิดนะ..เอาหลอกเรกะจังมายั่วฉันแล้วให้ฉันรับผิดชอบ”
ร่างบางที่ส่งเสียงสะอึกสะอื้นหยุดชะงักลง ความเหนียวหนืดราวกับมีก้อนอะไรซักอย่างมาจุกที่ลำคอทำให้ปากอิ่มที่ถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่สามารถเอ่ยเอื้อนวจีใดๆออกมา ผิดกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
“!!!!!!!”
มุคุโร่สะดุ้งโหยงเมื่อร่างของตัวเองถูกอีกฝ่ายพลิกให้นอนคว้ำ ดวงหน้างามชักสีหน้าตกตะลึงกับของแข็งบางอย่างที่เย็นเชียบลากผ่านไปมาตรงช่องคลอดเบาๆ
เบียคุรันมองแผ่นหลังเล็กบางที่สั่นเท้าไปทั้งตัวด้วยความกลัวจนไหล่เล็กกลมมนไหวสะท้านชัดเจน ความรู้สึกสงสารเริ่มเข้ามาก่อกุมจิตใจของร่างสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่….
ภาพรูปเขากับเรกะที่ถูกมุมกล้องทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคนหาสำราญไปทั่วกับนักเรียนหญิงกลับมา ทำให้มือที่กำลังจะชักกลับหันมายัดของบางอย่างเข้าไปในตัวคนด้านใต้อย่างไร้ความปราณี!!!
“หึหึหึ กลัวเหรอมุคุโร่คุง นี่นะ..เรียกไบรเด้อเวท แค่ของเล่นขำๆเป็นความแปลกใหม่สำหรับเธอไง” เบียคุรันเอ่ยกระซิบข้างหูเบาๆก่อนจะโน้มลงจูบหลังคอที่เปียกชื้นด้วยเม็ดเหงื่อจนรับรู้ถึงร่างกายที่เย็นเชียบและขนลุกชันของอีกฝ่าย
“มะ..ไม่เอา!!!หยุดนะ!!!!” ร่างบางออกแรงที่มีเหลืออยู่ตะเกียกตะกายหนีหนุ่มผมขาว แต่ก็ถูกอีกฝ่ายใช้มืออีกข้างที่เหลืออยู่กดเอาไว้กับโซฟา “ไม่เอานา..เด็กดีต้องฟังคำสั่งอาจารย์ไม่ใช่เหรอ” เบียคุรันยังคงพูดจาล้อเลียนขำขันตอบไป ใบหน้าคมคายฉีกยิ้มร่าผิดกับการกระทำ มือหนากดสวิสต์เปิดการทำงานอุปกรณ์ปลุกเซ็กส์เจ้าของแข็งเย็นเชียบเริ่มออกแรงสั่นสะเทือนขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าออกถี่รั่ว เรียกเสียงร้องครางของหญิงสาวออกมา “อ้า!!!ไม่!!”
“ไม่งั้นเหรอ…”
“!!!!!!!!!!!!!”
“ไม่พอสินะ งั้นเอาทั้งของจริงของเทียมพร้อมกันเลย เพื่อจะถูกใจเธอไง” เบียคุรันพูดเองเองเออเองซะงั้น ทำเอาดวงหน้าสวยซีดเผือก แผดเสียงร้องไห้ออกมาไร้ซึ่งความอดกลั้นอีกต่อไป เมื่อช่องทางสีหวานของเธอต้องแบกรับการรุกล้ำของสิ่งแปลกปลอมทั้งสองอย่างพร้อมกันอย่างรุนแรง จนไม่เหลือความรู้สึกสุขสมทางเพศอีกต่อไป
“เจ็บ!!!ได้โปรด!!!ฉันเจ็บ!!!! ฮึกๆ…ได้โปรด…ขอร้องละ…” ใบหน้าสวยพยายามหันหน้ามามองอีกฝ่าย เรือนผมขาวสบมองอัญมณีสองสีที่มักฉายแววดื้อรั้นหยิ่งทระนง แต่บัดนี้กลับไม่เหลืออีกแล้ว
สายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจ เหมือนครั้งแรกที่เสียตัวให้เบียคุรัน ส่งผ่านออกมาจากนัยน์ตาของร่างเพรียวเปลือยเปล่าที่ตัวสั่นเป็นลูกแกะน้อยที่กำลังจะถูกขย้ำโดยเสือดุร้าย
“ขอร้องงั้นเหรอ…ขอให้ฉันปล่อยเธอไปงั้นเหรอ…” เสียงทุ้มเย็นเอ่ยลากยาวสร้างความหลอนให้กับเด็กนักเรียนไอด้อลสาวที่ถูกย่ำยีมาตลอดเวลานับตั้งแต่ประตูห้องปิดลง มือหนาบีบต้นแขนร่างบางเต็มแรงจนมุคุโร่ร้อง แล้วดึงให้คนด้านใต้หันกลับมาสบตานอนหงายมามองหน้าตัวเองเต็มๆ “กะอีแค่ทำติดต่อกัน 5 รอบ เล่นอุปกรณ์นิดหน่อย มันยังเทียบกับความผิดที่เธอคิดแว้งกัดฉันไม่ได้หรอกนะ!!!”
เบียคุรันแหกปากตะคอดใส่พร้อมกระแทกตัวต่อไปไม่ใยดีคนเบื้องใต้ พร้อมเข้าทาบทับร่างบาง แผงอกแกร่งเบียดเสียดกับอกนุ่มนิ่มจนยอดอกสีหวานของคนทั้งสองเสียดสีสัมผัสกับกลายเป็นสร้างความเสียวซ่าน ให้กับทั้งสองฝ่าย
“อะ…อ๊า!!!!” มือหนาดึงไบรเด้อเวทออกไปแล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี จนอุปกรณ์แตกละเอียด แล้วกระแทกของตัวเองเข้าจนสุดอันตามแรงปรารถนา “อ้า!!!!!!” เรือนผมสีไพลินยาวสลวยสะบัดหน้าเชิดขึ้น ตามความเสียวที่เพิ่มพูนเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนเผลอใช้เล็บจิกแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์
“ฉันมันใจอ่อนเกินไป คิดว่าเด็กอย่างเธอคงไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิด...” นัยน์ตาสีอเมทริซ์เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น ก่อนจะระเบิดอารมณ์โทสะเข้าใส่กับเซ็กส์ที่รุนแรงจนคนด้านใต้กรีดร้องไม่เป็นภาษา หน้าคมคายโน้มลงเข้ามาใกล้ดวงหน้าสวยที่ตื่นกลัวจนแทบเสียสติเรื่อยๆ ประกอบกับแสงอาทิตย์ที่จวนเจียนริบหรี่เต็มทีทำให้เบื้องหน้ากลายเป็นเงาสีดำทมึนเหลือเพียงนัยน์ตาที่ทอประกายวาววับเป็นสีม่วงราวกับเสือล่าเหยื่อยามวิกาล
“ฉันจะไม่เผลอใจอ่อนกับเธออีกแล้วโรคุโด มุคุโร่!!!”
“อ๊า!!!ยะ...อย่า!!!”
ตึงๆๆๆ
เสียงกระแทกตัวอย่างรุนแรงที่สุดทำเอาโซฟายาวสีขาวสั่นแรง ความสุขสมแห่งแรงปรารถนาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไร้ความปราณี
การลงทัณฐ์ของเทพยดาจอมปลอมสิ้นสุดลง พร้อมกับสติของสาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวย
ร่างสูงจึงค่อยๆถอนกายออกอย่างช้าๆ ขึ้นมานั่งพิงพนัก ดวงตาสีม่วงวาววับเหลือบมองร่างเพรียวในสภาพสะบักสะบอมจากการถูกตบปนเปกับการข่มขืนด้วยความรุนแรง
“บ้าจริง...” เบียคุรันสบถออกมาแล้วเบือนหน้าหนีเหยื่อที่ถูกขย้ำไม่เป็นชิ้นดี มือหนายกขึ้นมาเสยผมสีพิสุทธิ์ของตัวเองลวกๆกับความคิดที่สับสนในใจ -ยิ่งมอง กลับยิ่งสงสาร..กลับยิ่งอยากเอ่ยคำว่าขอโทษ...-
“แกไม่เคยเป็นแบบนี้นี่ เบียคุรัน” หนุ่มวัย 25 พูดเตือนสติตัวเองไล่ความรู้สึกอยากเข้าไปดูแล รู้สึกผิดที่ควรจะอ่อนโยนกับคนเจ็บมากกว่านี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเก็บเสื้อสูทของตัวเองบนพื้นมาสวมใส่ให้ดูเรียบร้อยที่สุดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หน้าคมคายเผลอไปสังเกตเห็นรูปของเขากับเรกะที่เหลืออยู่ใบนึงบนโต๊ะทำงานของเขา ความรู้สึกผิดทั้งหมดจึงหายเข้ากลีบเมฆไปบัดดล แทนที่ด้วยความโกรธถึงที่สุดจนอยากจะกระชากคนหลับให้ตื่นมาลงโทษอีกสองสามเท่า
RRRRRRRRR
มือถือของเด็กสาวผมสีไพลินสั่นส่งเสียงริงโทนเพลงฮิตจากในกระเป๋าเรียน ทำให้ร่างสูงสะดุ้งตื่นจากความคิด
ไม่มีวี่แววว่าคนสลบจะตื่นจากนิทราทำให้เรือนผมสีพิสุทธิ์ต้องเดินเข้าไปหยิบมือถือมากดรับแทนเจ้าของ
“สวัสดีครับ...”
[เออ...นั่นใครครับ?] ปลายสายเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่พอที่จะบอกให้เบียคุรันรู้ว่าคนที่โทรมานั่น คือพ่อบ้านของนักเรียนสาว
“ผม..เบียคุรันเองครับ พอดีมุคุโร่คุงอยู่ช่วยงานผมอยู่แล้วก็เผลอหลับไปบนโซฟานะ” นิสัยโกหกเก่ง ประกอบกับหน้ากากเทวดาที่เคยใช้ต้มวาตาริเสียเปลือนหมดรูปมาแล้ว ทำให้ชายชราเชื่อคำพูดอีกฝ่ายสนิทใจ
[อ๋อ!!!ไม่เป็นไรขอรับ กระผมตกใจหมดเลย นึกว่าคุณหนูถูกใครลักพาตัวไปทำอะไรซะอีก] วาตาริพูดอย่างโล่งอก หารู้ไม่ว่าไอ้คนที่ไว้ใจนักหนานั่นแหละ คือตัวการดีของเรื่อง!!!
“ถ้างั้น เดี๋ยวผมอุ้มมุคุโร่คุงไปส่งที่รถละกันนะครับ เห็นแกหลับยาวขนาดนี้ไม่อยากจะปลุกซะด้วย” เบียคุรันพูดด้วยเสียงนุ่มสบายๆฟังแล้วแสนอบอุ่น เรียกความอุ่นใจของวาตาริเพิ่มขึ้นเป็นกองก่อนจะวางสายลงไป
ดวงตาคู่คมหันมามองร่างเปลือยเปล่าทั้งแววตาระอาใจ ก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่กองบนพื้นมาสวมใส่ให้พลางบ่นเป็นด้วยความเบื่อหน่าย “ทำไมฉัน ต้องมาใส่เสื้อผ้าให้ยัยเด็กดื้อนี่ด้วย..น่ารำคาญจริงๆ”
.
.
.
“กระผมขอบคุณมากนะขอรับ อาจารย์เบียคุรันอุตส่าห์อุ้มคุณหนูมา ทั้งๆที่ผมควรเดินไปอุ้มออกมาจากห้องอาจารย์แท้ๆ”
ชายชราร่างผอมสูงเอ่ยพูดทั้งความรู้สึกเกรงใจ หนุ่มผมพิสุทธิ์ฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวตอบกลับแล้วเดินไปวางร่างในอ้อมแขนลงบนเบาะหลังรถเบาๆไม่ให้คนหลับต้องตื่น “หึหึหึ ไม่เป็นหรอกครับ ผมทำตามหน้าที่ อีกอย่างวาตาริซังก็อายุมากแล้วคงจะอุ้มมุคุโร่คุงไม่ไหวหรอก” คำพูดกึ่งแซวชายชราของเบียคุรัน ทำให้วาตาริหัวเราะแก้เก้อใหญ่
“ฮ่าๆไอ้ผมก็แก่มากซะด้วย จะดูแลคุณหนูได้อีกกี่ปีก็ไม่รู้..” คำพูดเป็นนัยๆบางอย่างทำเอาหน้าคมคายเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยถามต่อ วาตาริก็โค้งขอบคุณอย่างสุภาพก่อนจะเดินขึ้นรถด้านที่นั่งคนขับไปเสียแล้ว
TBC
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ห่างหายจากกรอบขาวมานาน ไม่รู้ว่ามันจะหื่นหรือเสื่อมลงกันแน่ เหอๆ
ว่าแล้วก็มาที่รูปภาพประกอบตอน 10 กันก่อนเลย
หน้าป๋าระรื้นระรื่น ท่าทางอย่างกะคนมาขายประกันอะไรทำนองนั่นเลย 555+
แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อเจอรูปประกอบตอนที่ 11
นี่มันอิป๋าดาร์กไซด์ใช่ไหมห่ะ!!!
ปล. ตอนนี้อาจเถื่อนสะเทือนใจคนรักมุคุ เพราะผลพวงจากสปอย 275 ป๋าเถื่อนมาก เตะต่อยล็อกเฮดซือซะเลือดออก
ความดาร์กเลยเข้าสิงบลัดเต็มสตรีมเลย เหอๆ
(พูดจบก็วิ่งหนีบรรดาแม่ยก 69)
ปล2. บลัดขอประกาศดองบล็อกไป และฟิค ทุกอย่าง คาดว่าจะมาคงกลางเดือนมีนา อันเนื่องจากสะเทือนใจเรื่องบางอย่าง
(ไม่เกี่ยวกับฟิคนะ แต่...เกี่ยวกับตัวบลัดเองแหละ แงๆ) ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะคะ แบบว่าคะแนนgatpatไปสอบมานี่แบบว่าเน่าสุดหูรูด(คำนวนในเด็กดีน้อยสุดตรีนอ่ะ ทำไมมันต่างจากอีกโปรแกรมที่คำนวณวะคับบบ T[]T )
แงๆๆๆๆๆ เครียดดด ฮือๆ <<<มันจะซิ่วไง เลยเครียดดด T[]T
ไปก่อนละค่ะ(น้ำตาตกใน) บาย~~~~~~(ลาดเสียงยาวเช่นวิญญาณหลุดออกจากร่าง Y_Y)
• Z ë £ F î ã T ™ :: Don't give __ Get see the happiness ,, ♥